วิธีเลือกห้องปฏิบัติการสอบเทียบ ISO 17025 ในประเทศไทย — 7 ข้อที่ต้องตรวจสอบ
ทำไมการเลือกห้องปฏิบัติการสอบเทียบให้ถูกต้องจึงสำคัญ?
ใบรับรองสอบเทียบที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาที่ถูกที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าห้องปฏิบัติการสอบเทียบนั้น มีความสามารถ ความน่าเชื่อถือ และขอบข่ายการสอบเทียบที่ตรงกับความต้องการของคุณจริง ๆ หรือไม่ บทความนี้รวบรวม 7 ข้อสำคัญที่คุณต้องตรวจสอบก่อนเลือกห้องปฏิบัติการสอบเทียบในประเทศไทย
1. ตรวจสอบใบรับรองการรับรองจาก NIMT หรือ BOA
ขั้นตอนแรกคือยืนยันว่าแล็บที่คุณกำลังพิจารณาได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ สำนักงานคณะกรรมการการรับรองระบบงาน (BOA) ภายใต้ TISI คือหน่วยงานที่รับรองห้องปฏิบัติการ ISO 17025 ไทย ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17011 แล็บที่ได้รับการรับรองจะมีเลขที่ใบรับรองและขอบข่ายที่สามารถค้นหาในฐานข้อมูล BOA ได้ อย่าเชื่อโลโก้ ISO ที่แล็บติดบนเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว — ให้ขอเลขที่ใบรับรองแล้วตรวจสอบโดยตรง
2. ตรวจสอบขอบข่ายการสอบเทียบให้ตรงกับเครื่องมือของคุณ
ใบรับรองการรับรองของแล็บจะระบุขอบข่ายการสอบเทียบ (Scope of Accreditation) อย่างละเอียด เช่น เครื่องมือประเภทใด ค่าชี้วัดใด (มวล, อุณหภูมิ, ความดัน, ไฟฟ้า ฯลฯ) และช่วงการวัดใดบ้าง หากเครื่องมือของคุณอยู่นอกขอบข่ายนี้ ใบรับรองที่ได้จะไม่ถือว่าออกภายใต้การรับรอง ISO 17025 ซึ่งอาจทำให้ไม่ผ่านการตรวจสอบจากลูกค้าหรือหน่วยงานกำกับดูแล
3. ตรวจสอบห่วงโซ่ความสอบกลับได้ (Traceability Chain)
ขอดูหลักฐานว่าเครื่องมืออ้างอิงของแล็บ (Reference Standard) ได้รับการสอบเทียบจาก NIMT หรือห้องปฏิบัติการมาตรวิทยาแห่งชาติอื่นที่อยู่ใน ILAC MRA ห่วงโซ่นี้ต้องไม่ขาดตอน แล็บที่ดีจะสามารถแสดงใบรับรอง traceability ของ standard ตัวเองให้คุณดูได้ทันที
4. เปรียบเทียบระยะเวลาดำเนินการ (TAT — Turnaround Time)
ระยะเวลาดำเนินการแตกต่างกันมากในแต่ละแล็บ บางแห่งใช้เวลา 3–5 วันทำการ บางแห่งอาจนาน 4–6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับปริมาณงานและประเภทเครื่องมือ หากคุณมีกำหนดตรวจสอบ (audit) หรือต้องใช้งานเร่งด่วน ให้ถามอย่างชัดเจนและขอยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงถามว่ามีบริการ Express Calibration ที่เร็วกว่าปกติหรือไม่
5. ถามเรื่องใบรับรองดิจิทัลพร้อม QR Code
แล็บที่ทันสมัยในปัจจุบันออกใบรับรองสอบเทียบในรูปแบบดิจิทัลพร้อม QR Code ที่สแกนแล้วพาไปยังหน้าตรวจสอบความถูกต้องออนไลน์ ฟีเจอร์นี้ช่วยป้องกันการปลอมแปลงใบรับรอง และสะดวกสำหรับโรงงานหรือแล็บที่ต้องจัดการใบรับรองจำนวนมาก ถ้าแล็บที่คุณสนใจยังออกแค่ PDF ธรรมดา ให้ถามว่ามีแผนรองรับฟีเจอร์นี้หรือไม่
6. ตรวจสอบคุณสมบัติบุคลากรตาม ISO 17025 §6.2
มาตรฐาน ISO/IEC 17025 ข้อ 6.2 กำหนดให้บุคลากรที่ทำงานสอบเทียบต้องได้รับการฝึกอบรมและมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ขอดู CV หรือประวัติการฝึกอบรมของผู้สอบเทียบหลัก รวมถึงถามว่ากระบวนการ peer review และการตรวจสอบผลลัพธ์ภายในของแล็บเป็นอย่างไร แล็บที่ดีจะตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจและโปร่งใส
7. พิจารณาทำเลที่ตั้งและบริการ On-Site Calibration
เครื่องมือบางประเภท เช่น เครื่องชั่งขนาดใหญ่ ระบบท่อวัดแรงดัน หรือเครื่องมือที่ติดตั้งถาวร ไม่สามารถส่งออกนอกได้ ในกรณีนี้คุณต้องการแล็บที่มีบริการสอบเทียบ On-Site ถามว่าแล็บมีทีมและเครื่องมืออ้างอิงพกพาสำหรับงาน On-Site หรือไม่ และครอบคลุมพื้นที่ที่โรงงานหรือแล็บของคุณตั้งอยู่หรือเปล่า
สรุป: Checklist 7 ข้อสำหรับการเลือกห้องปฏิบัติการสอบเทียบในไทย
- ✓ ยืนยันใบรับรองการรับรอง BOA/NIMT และเลขที่ใบรับรอง
- ✓ ตรวจสอบขอบข่ายการสอบเทียบครอบคลุมเครื่องมือของคุณ
- ✓ ขอหลักฐาน traceability chain ถึง NIMT หรือ NMI ที่รับรอง
- ✓ เปรียบเทียบและยืนยัน TAT เป็นลายลักษณ์อักษร
- ✓ ถามเรื่องใบรับรองดิจิทัลและ QR verification
- ✓ ตรวจสอบคุณสมบัติบุคลากรตาม §6.2
- ✓ ยืนยันว่ามีบริการ On-Site Calibration ถ้าต้องการ
ค้นหาห้องปฏิบัติการสอบเทียบ ISO 17025 ในประเทศไทยพร้อมขอบข่ายและรีวิวได้ที่ ThaiLabHub — ไดเรกทอรีแล็บสอบเทียบที่ครบที่สุดในไทย ไม่ต้องลงทะเบียน ค้นหาฟรีตลอด